เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระนอง
เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทดิสโก้เทคและคาราโอเกะ พ.ศ.2549
.....................................

...

          โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลเมืองระนองว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทดิสโก้เทคและคาราโอเกะในเขตเทศบาลเมืองระนอง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 (2) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่ แก้ไขเพิ่มเติมจนถึง ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2546 และมาตรา 32 (2) มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 58 มาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เทศบาลเมืองระนอง โดยความเห็นชอบจากสภาเทศบาลเมืองระนอง และโดยเห็นชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง จึงตราเทศบัญญัติไว้ดังต่อไปนี้
          ข้อ 1 เทศบัญญัตินี้เรียกว่า "เทศบัญญัติเทศบาลเมืองระนอง เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทดิสโก้เทคและคาราโอเกะ พ.ศ. 2549"
          ข้อ 2 ให้ใช้เทศบัญญัตินี้ในเขตเทศบาลเมืองระนอง นับแต่เมื่อได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สำนักงานเทศบาลเมืองระนองแล้ว 7 วัน
          ข้อ 3 นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับบรรดาเทศบัญญัติ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด ที่ได้ตราไว้แล้วที่ขัดแย้งกับเทศบัญญัตินี้ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน
          ข้อ 4 ในเทศบัญญัตินี้
          "เจ้าพนักงานท้องถิ่น" หมายความว่า นายกเทศมนตรีเมืองระนอง
          "เจ้าพนักงานสาธารณสุข" หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
          "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และเทศบัญญัตินี้
          "สถานประกอบกิจการ" หมายความว่า สถานที่ใช้ในการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ออกตามความในมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เฉพาะดิสโก้เทค และคาราโอเกะ
          "กิจการ" หมายความว่า กิจการประเภทดิสโก้เทคและคาราโอเกะ ให้เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมในเขตเทศบาลเมืองระนอง
          "ผู้ประกอบกิจการ" หมายความว่า ผู้ดำเนินกิจการ ผู้เป็นเจ้าของ หรือบุคคลที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งรับผิดชอบดำเนินการสถานประกอบกิจการนั้น
          "ผู้ใช้บริการ" หมายความว่า บุคคลซึ่งอยู่ในสถานประกอบกิจการที่ไม่ใช่ผู้ดำเนินการหรือคนงาน
          "คนงาน" หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ
          "มลพิษทางเสียง" หมายความว่า สภาวะของเสียงอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
          "มลพิษความสั่นสะเทือน" หมายความว่า สภาวะของความสั่นสะเทือนอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
          "มลพิษทางอากาศ" หมายความว่า สภาวะของอากาศอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
          ข้อ 5 ลักษณะที่ตั้งของสถานประกอบกิจการ
          5.1 สถานประกอบกิจการต้องตั้งอยู่ห่างจากชุมชน ศาสนสถาน โบราณสถาน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
          5.2 ลักษณะของอาคาร ต้องจัดให้มีความเหมาะสมที่จะประกอบกิจการและมีลักษณะดังนี้
          5.2.1 การออกแบบและการวางผังของอาคารควรเหมาะสมต่อการป้องกันเสียงและความสั่นสะเทือนจากพื้นที่ให้บริการ ที่อาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญแก่ประชาชนใกล้เคียง
          5.2.2 พื้นที่ส่วนที่มีดนตรีหรือการแสดงดนตรี ส่วนเต้นรำและบริเวณที่มีเสียงดังและความสั่นสะเทือน ต้องเป็นอาคารที่ปิดมิดชิด และใช้วัสดุที่ป้องกันเสียงและความสั่นสะเทือนได้ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุรำคาญจากเสียงและความสั่นสะเทือนที่จะก่อให้เกิดผลกระทบแก่ประชาชนใกล้เคียง
          5.2.3 บริเวณโดยรอบอาคาร ตัวอาคาร พื้นอาคาร โต๊ะและเก้าอี้ ต้องได้รับการดูแลให้สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ
          5.3 การควบคุมป้องกันเสียงจากสถานประกอบกิจการ
          5.3.1 ต้องจัดให้มีและปรับปรุงสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของเสียงและทางผ่านของเสียง มิให้มีระดับเสียงเกินกว่ามาตรฐาน ตามข้อ 5.3.2 เพื่อการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการ รวมทั่งไม่ก่อเหตุรำคาญแก่ประชาชนใกล้เคียง
          5.3.2 ระดับเสียงภายในสถานประกอบกิจการตลอดระยะเวลาทำการ ต้องมีค่าเฉลี่ยของระดับเสียง (L aeq ) ไม่เกิน 90 เดซิเบลเอ และมีค่าระดับเสียงสูงสุด (L mex ) ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่เกิน 110 เดซิเบลเอ (ตามแนวทางการกำหนดมาตรฐานระดับเสียงขององค์การอนามัยโลก) โดยมีเครื่องมือและวิธีการตรวจวัด ตามที่กำหนดในข้อ 5.3.3
          5.3.3 วิธีการตรวจวัดระดับเสียง
          5.3.3.1 จุดตรวจวัดระดับเสียงต้องอยู่บริเวณกลางห้องหรือบริเวณที่โดยปกติมีผู้ใช้บริการมากและอยู่สูงจากระดับพื้นห้อง 1.20 ถึง 1.50 เมตร
          5.3.3.2 ตรวจวัดระดับเสียง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ณ สถานประกอบกิจการเปิดให้บริการ โดยทำการตรวจวัดเป็นเวลา 15 นาที ติดต่อกัน แล้วนำมาหาค่าระดับเสียงเฉลี่ย (L aeq) และค่าระดับเสียงสูงสุด (L mex )
          5.4 การจัดให้มีการระบายอากาศ ระบบการจัดแสงสว่าง ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509
          5.5 กรณีที่มีการใช้แสงเลเซอร์ ผู้ประกอบกิจการจะต้องตรวจสอบจากผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้งว่าแสงเลเซอร์ที่ใช้นั้น จัดอยู่ใน class 1 ที่ใช้สำหรับสถานบันเทิงเท่านั้น
          5.6 ระบบความปลอดภัย
          5.6.1 ต้องจัดให้มีระบบป้องกันอัคคีภัย และจัดให้มีประตูหรือทางออกหรือทางหนีไฟ ที่เพียงพอกับจำนวนคนที่อยู่ภายในอาคาร ให้สามารถออกหรือหลบหนีภัยได้โดยสะดวกและทันหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ไม่มีสิ่งกีดขวาง มีแสงสว่างเพียงพอ และมีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงชัดเจน โดยต้องมีระบบไฟฟ้าฉุกเฉินเมื่อระบบปกติขัดข้อง ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
          5.6.2 ต้องมีการควบคุมไม่ให้ผู้ใช้บริการ เข้าไปในสถานประกอบกิจการมากจนทำให้เกิดการแออัดจนเกินไป
          5.6.3 ควรจัดให้มีจำนวนโต๊ะ เก้าอี้และจัดให้มีระยะห่างที่เหมาะสม สะดวกต่อการสัญจรภายในสถานประกอบกิจการ
          5.7 ห้องส้วม ที่ปัสสาวะ และอ่างล้างมือ
          5.7.1 ต้องจัดให้มีห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะ แยกชายหญิง และมีสัญลักษณ์ แสดงอย่างชัดเจน
          5.7.2 ต้องจัดให้มีห้องส้วม ที่ปัสสาวะและอ่างล้างมือไม่น้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือในพื้นที่ของอาคาร 200 ตารางเมตร ต้องจัดให้มีห้องส้วมสำหรับผู้ชาย จำนวน 1 ที่ ที่ปัสสาวะ 2 ที่ อ่างล้างมือ 1 ที่ ห้องส้วมสำหรับผู้หญิง 2 ที่ อ่างล้างมือ 1 ที่ กรณีที่พื้นที่ของอาคารเกินกว่า 200 ตารางเมตร จะต้องจัดให้มีห้องส้วม ที่ปัสสาวะและอ่างล้างมือเพิ่มขึ้น ตามอัตราส่วนพื้นที่อาคารที่เพิ่มนั้น และถ้ามีเศษให้คิดเต็มอัตรา
          5.7.3 อาคารที่เปิดให้บริการหลายชั้น ต้องจัดให้มีห้องส้วม ที่ปัสสาวะและอ่างล้างมือ ในชั้นต่าง ๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม
          5.7.4 ห้องส้วมควรมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 0.90 ตารางเมตร และความกว้างภายในไม่น้อยกว่า 0.90 เมตร ความสูงไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร กรณีที่ห้องส้วมและห้องน้ำอยู่ในห้องเดียวกันต้องมีพื้นที่ ภายในไม่น้อยกว่า 1.50 ตารางเมตร
          5.7.5 ห้องส้วมและที่ปัสสาวะต้องใช้วัสดุที่ทำความสะอาดง่าย และได้รับการดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอ และต้องมีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล
          5.8 การสุขาภิบาลอาหาร
          5.8.1 สำหรับสถานประกอบกิจการที่เป็นสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือมีการปรุงประกอบ หรือจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ด้านสุขลักษณะ ตามที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนด ไว้ในเทศบัญญัติของท้องถิ่นด้วย
          ข้อ 6 ให้ผู้ประกอบกิจการดิสโก้เทคและคาราโอเกะ ต้องขออนุญาตและต่อใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น และจะต้องนำหลักฐานดังต่อไปนี้มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
          6.1 สำเนาบัตรประชาชน /ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ
          6.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
          6.3 แบบแปลนอาคารและแผนผังแสดงบริเวณที่ตั้งของสถานประกอบกิจการ
          ข้อ 7 เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะดำเนินการออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งใบอนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตตาม ข้อ 6 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอตาม ข้อ 6 ครบถ้วนถูกต้อง และหากมีการดัดแปลง ต่อเติม สถานประกอบกิจการ จะต้องแสดงแบบแปลนอาคารและแผนผังบริเวณที่ดัดแปลง หรือต่อเติม นั้นด้วย
          ข้อ 8 ผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่อใบอนุญาตดังกล่าวจะต้องยื่นคำขอต่อใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ภายใน 30 วันก่อนสิ้นอายุใบอนุญาต
          ข้อ 9 ผู้ได้รับอนุญาต จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต ตามบัญชีท้ายเทศบัญญัติของเทศบาลเมืองระนอง และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในวันที่มารับใบอนุญาต หรือวันที่มายื่นขอต่อใบอนุญาต แล้วแต่กรณี
          ข้อ 10 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจะต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ
          ข้อ 11 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการรายใดไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตาม เทศบัญญัตินี้ หรือตามบทแห่งพระราชบัญญัติ หรือกฎกระทรวง หรือประกาศกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจสั่งให้ทำการแก้ไขหรือปรับปรุง ให้ถูกต้องได้ และถ้าผู้ใดรับคำสั่งไม่แก้ไขปรับปรุงภายในเวลาที่กำหนด ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่ง ให้แก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องได้ และถ้าผู้ได้รับคำสั่งไม่แก้ไขหรือปรับปรุงภายในเวลาที่กำหนดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตภายในเวลาที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกิน 15 วัน ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการรายใดถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป และมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ว่าได้กระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามวรรคที่หนึ่ง ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้
          ข้อ 12 ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้นกำหนด หนึ่ง ปี นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
          ข้อ 13 ผู้ประกอบกิจการรายใดไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืน เทศบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามบทกำหนดโทษ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
          ข้อ 14 ให้นายกเทศมนตรีเมืองระนอง รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้ และให้อำนาจออกระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ประกาศ   ณ   วันที่   7   เดือน มีนาาคม พ.ศ. 2549
ลงชื่อ      
( นายสุทธิเดช จันทวิชานวงษ์ )
นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองระนอง
 
สำนักงานเทศบาลเมืองระนอง 36   ถนนเพิ่มผล ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง  จังหวัดระนอง     โทร.0-7781-1422     Email : pr_2548(a)hotmail.com